Competition in Markets
เศรษฐศาสตร์จัดประเภทการแข่งขัน ดังนี้ การแข่งขันอย่างสมบูรณ์และการแข่งขันไม่สมบูรณ์
การแข่งขันไม่สมบูรณ์แบ่งเป็น monopolies, duopolies และ oligopolies กลยุทธ์ของหน่วยธุรกิจในตลาดต่างประเภทกันนี้จะมุ่งเน้นที่ราคาและผลผลิต
ตลาดผูกขาด (monopoly) คือตลาดที่มีผู้ผลิตเพียงรายเดียวที่จำหน่ายสินค้าในตลาด หรือในอุตสาหกรรม และไม่มีสินค้าที่ใช้แทนกันของผู้ขายรายเดียวได้
Duopoly, duopolies คือ สถานการณ์ในตลาดสินค้าหนึ่งๆ ซึ่งมีผู้ขายหรือผู้ผลิตสินค้าที่คล้ายคลึงกันเพียงสองราย
Oligopoly คือ ตลาดผู้ขายน้อยราย เป็นตลาดที่อยู่ระหว่างตลาดผูกขาด กับตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด ซึ่งเป็นตลาดอีกประเภทหนึ่งที่มีอยู่ในโลกปัจจุบัน เนื่องจากมีการประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเทคโนโลยีระดับสูง ส่งผลให้ผู้ผลิตเพียงจำนวนไม่กี่รายที่สามารถนำเอาเทคโนโลยีระดับสูงไปลงทุนทำการผลิตสินค้าและบริการออกจำหน่ายได้
สำหรับในโลกธุรกิจที่แท้จริง ธรรมชาติของการแข่งขันซับซ้อนมาก และองค์กรต่างๆมีกลยุทธ์ที่เกินกว่าขอบเขตของราคากับปริมาณผลผลิต บริษัทเช่น Microsoft และ Intel สร้างกฎเกณฑ์การแข่งขันขึ้นเอง และรัฐบาลในหลายประเทศ โดยผ่านทางนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและการเปิดเสรี เพิ่มการแข่งขันใหม่ๆขึ้นมาอีก ดังกรณีจีนและกูเกิลเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่ง บิล เกตส์ กล่าวกับสื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กฎของเจ้าบ้านเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเสมอในการทำธุรกิจ ในแต่ละประเทศก็มีกฎในการเซ็นเซอร์ที่ต่างกันไป โดยยกตัวอย่าง แถลงการณ์ของกลุ่มนาซีนิยม จะเป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศเยอรมนี ขณะที่ในสหรัฐฯ จะถือเป็นเสรีภาพในการพูด
“เราคงต้องตัดสินใจเองว่า จะเคารพกฎของประเทศนั้นหรือไม่ ถ้าไม่ก็ไม่สามารถไปทำธุรกิจในบ้านเขา”
ในปัจจุบัน ตลาดในรูปแบบเดิมๆมีการเปลี่ยนแปลงจากผลของความก้าวหน้าใน ICT เกิด marketspace ขึ้น
ประโยชน์ที่ได้รัยจากการแข่งขันทางการตลาด
1. ราคาสินค้าต่ำลงเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค
2. ผู้ผลิตและพ่อค้าปรับราคาวัตถุดิบให้ต่ำลง
3. ปรับปรุงเทคโนโลยีก่อให้เกิดผลบวกต่อวิธีและต้นทุนการผลิต
4. เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ (ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น)
5. เป็นทางลัดของการสร้างสรรค์ผลงานและนวัตกรรม
6. เกิดการปรับปรุงคุณภาพและบริการสำกรับผู้บริโภค
7. ผู้บริโภคได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าที่มีประโยชน์มากขึ้น