รูปแบบของสมมติฐานทางวิจัย
รูปแบบของสมมติฐานทางวิจัย
1. สมมติฐานเชิงพรรณนา (Descriptive Hypothesis) เป็นสมมติฐาน ที่กล่าวถึง พฤติกรรมหรือปรากฏการณ์ของตัวแปรตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่เป็นข้อเท็จจริงเกิดขึ้นซ้ำๆ เช่น ในหมู่บ้านมีการขายยาชุดในร้านชำ มีการใช้ยาบ้าในคนขับรถบรรทุก ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นสมมติฐานตั้งขึ้นสำหรับงานวิจัยที่ต้องการหาข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือเหตุการณ์บางอย่าง โดยไม่มีการพิสูจน์ทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรใดๆ
2. สมมติฐานเชิงวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (Analytic Hypothesis) เป็นสมมติฐานที่แสดงความสัมพันธ์หรือเปรียบเทียบระหว่างตัวแปร 2 ตัวขึ้นไป สมมติฐานแบบนี้จะมีการนำเอาวิธีการทางสถิติมาทดสอบด้วยเสมอ เช่น คนจนใช้สินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ได้มาตรฐานมากกว่าคนรวย, ประชาชนในชุมชนเมือง มีปัญหาด้านคุ้มครองผู้บริโภคน้อยกว่าประชาชนในชนบท
ลักษณะของสมมติฐานเชิงวิเคราะห์
1. แบบเปรียบเทียบ เป็นสมมติฐานที่แสดงการเปรียบเทียบตัวแปรในลักษณะของคำว่า แตกต่าง ไม่แตกต่าง ดีกว่า น้อยกว่า มากกว่า รุนแรงกว่า เร็วกว่า สูงกว่า ต่ำกว่า หรือมีประสิทธิภาพมากกว่า น้อยกว่า เป็นต้น
2. แบบแสดงความสัมพันธ์ เป็นสมมติฐานที่แสดงลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และอาจระบุลึกลงไปในแง่ของความเป็นเหตุ (Cause) เป็นผล (Effect) ก็ได้
3. แบบระบุทิศทาง
– ความรุนแรงในครอบครัวของชุมชนเมืองมีมากกว่าชุมชนชนบท
– การใช้แชมพูผสมสารเพอร์เมทริน 0.3% สามารถรักษาโรคเหาได้ดีกว่าการใช้
แชมพูธรรมดา
4. แบบไม่ระบุทิศทาง
– การทดสอบหาแอนติเจนของเชื้อ Neisseria gonorrhea ด้วยวิธีELISA กับวิธี
Urethral and endocervical culture ให้ค่า sensitivity แตกต่างกัน
– พฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่เหมาะสมในแม่และเด็ก มีความสัมพันธ์กับการ
โฆษณา
ลักษณะสมมติฐานที่ดี
1.ความเกี่ยวข้องกับปัญหา (Relevance) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นจะต้องสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของการวิจัย สะท้อนถึงแนวความคิดที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือ ครอบคลุมเนื้อหา และตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับปัญหาอย่างครบถ้วน
2.ขอบเขตของสมมติฐาน (Scope) สมมติฐานที่ตั้งต้องรัดกุมอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมไม่แคบหรือกว้างมากเกินไป
3.ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร (Relationships) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นต้องแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอย่างชัดเจน ในแง่ของความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ในแง่ของสามัญสำนึก
4.การทดสอบ (Testability) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นต้องสามารถทดสอบได้ทุกข้อ ซึ่งหมายถึงว่า แนวคิดและตัวแปรทุกตัวในสมมติฐานต้องสามารถวัดได้ ทดสอบได้ หรือ หาข้อมูลหลักฐานมาเป็นข้อยืนยันสนับสนุนได้
5.การทดสอบซ้ำ (Repeatibity) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นควรสามารถทดสอบได้หลายๆ ครั้ง ไม่ว่าจะใช้ข้อมูลในปัจจุบันหรืออนาคตก็ตาม สามารถนำมาทดสอบสมมติฐานนั้นได้เสมอ เช่น การตายของเด็กและทารกมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงภาวะเจริญพันธุ์
6.การสรุปอ้างอิง (Generalization) สมมติฐานที่ตั้งขึ้นเมื่อทำการทดสอบแล้ว สามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรือสภาพการณ์ที่คล้ายคลึงกันได้
ข้อเสนอแนะในการเขียนสมมติฐาน
1. ระบุทิศทางความสัมพันธ์ให้ชัดเจน
2. ประโยคสั้นๆ อ่านเข้าใจง่าย
3. ต้องเกี่ยวข้องกับปัญหาการวิจัย
4. ไม่ควรเขียนปัญหาวิจัยหลายๆประเด็น ในสมมติฐานข้อเดียวกัน
5. ทดสอบได้
6. สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
ตัวอย่าง
ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบวิธีการตรวจอุจจาระหาไข่ของหนอนพยาธิที่เหมาะสมกับสภาพชุมชนในภาคใต้
1.การตรวจอุจจาระด้วยวิธี Brine Floatation Technique มีประสิทธิภาพดีกว่าวิธีอื่น
2.การตรวจอุจจาระด้วยวิธี Direct Smear Technique มีประสิทธิภาพต่ำกว่าวิธีอื่น
3.การตรวจอุจจาระด้วยวิธี Cellophane-Covered Thick Smear Technique สามารถประหยัดเวลาได้มากกว่าวิธีอื่น
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่ออำนาจภายใน-ภายนอกตนเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยกับพฤติกรรมการปฏิบัติตนเพื่อดำรงไว้ซึ่งภาวะทางสุขภาพในหญิงหลังคลอด
1.หญิงหลังคลอดที่มีอายุ ระดับการศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ ลำดับที่ของการมีบุตร และลักษณะครอบครัวที่แตกต่างกัน จะมีความเชื่ออำนาจภายใน-ภายนอกตนเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
2.ความเชื่ออำนาจภายใน-ภายนอกตนเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับพฤติกรรมการปฏิบัติตนเพื่อดำรงไว้ซึ่งภาวะทางสุขภาพในหญิงหลังคลอด
ชื่อเรื่อง: การเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเก็บ-ขนขยะมูลฝอยในเขตเทศบาล
วิธีการทางสถิติ Taxonomy method สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการเปรียบเทียบประสิทธิภาพการเก็บ-ขนขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลต่างๆ ซึ่งมีองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากอย่างได้ผล
ชื่อเรื่อง: การตำเนินงานวางแผนครอบครัวในประเทศไทย
ระบบการบริหารราชการไม่ประสบผลสำเร็จ หากปราศจากนโยบายของรัฐหรือการเมืองที่เกี่ยวข้อง ดังมีผู้กล่าวว่าการเมืองกับการบริหารนั้นเปรียบเสมือนคนละด้านของเหรียญอันเดียวกัน
พบกันตอนต่อไปครับ
ธัชพนธ์ โชคสุชาติ