Archive

Posts Tagged ‘Supply Chain’

Logistics ตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่3 คลังสินค้าคงคลังกับลอจิสติกส์

September 13th, 2008 admin No comments


อ่านตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 1 สาเหตุที่ต้องจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ได้ที่นี่
อ่านตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 2 วัตถุประสงค์และการวัดประสิทธิภาพ ได้ที่นี่
อ่านตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 3 คลังสินค้าคงคลังกับลอจิสติกส์ ได้ที่นี่

การนำลอจิสติกส์มาควบคุมตลอดโซ่อุปทาน คือการมีข้อมูลสารสนเทศที่ส่งผ่านกันตลอดสายโซ่ เกิดประโยชน์ต่อระบบการผลิต คือสามารถลดสินค้าคงคลังโดยรวมของระบบการผลิต ตลอดโซ่อุปทานได้ โดยกำหนดปริมาณสินค้าคงคลังที่เหมาะสม ในช่วงเวลาและสถานที่ต่างๆ ของโซ่อุปทาน ดดยอาศัยการจัดการองค์ประกอบต่างๆ ที่มีแผนงานสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียว

ในด้านระบบการผลิต อาศัยหลัก Just-in-time ที่ต้องวางระบบการผลิต ให้มีเวลาในการตั้งเครื่อง (Setup Time) ที่ต่ำในระดับที่เกิดความยืดหยุ่น และมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนในการปรับการผลิตให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ และ JIT จะส่งผลให้เกิดระบบดึง (Pull System) ต่อการจัดหาวัตถุดิบและการดำเนินการจัดหาวัตถุดิบนั้น จะมีลักษณะที่มีการสั่งซื้อในปริมาณที่สอดคล้องกับความต้องการจริงที่มีการสั่งซื้อบ่อยครั้งขึ้น การใช้ระบบ EDI ที่เชื่อมต่อกับผู้จัดส่งวัตถุดิบ จะทำให้ต้นทุนดำเนินการสั่งซื้อต่อครั้งสามารถลดต่ำลงได้ ทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำการสั่งปริมาณสูงต่อครั่งเหมือนแต่ก่อน ทำให้การลงทุนในสินค้าคงคลังวัตถุดิบต่ำลง

เมื่อสามารถสร้างระบบการผลิตที่ยืดหยุ่น ต่อการปรับความต้องการในสภาพแวดล้อมต่างๆ มีระบบสารสนเทศที่ติดตามข้อมูลปริมาณความต้องการลูกค้าได้ดีพอ ทำให้สามารถกำหนดการผลิตสินค้าได้ใกล้เคียงความต้องการในช่วงเวลาต่างๆ ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังสำเร็จรูปในอัตราที่สูงขึ้น และลดการลงทุนในสินค้าคงคลังสำเร็จรูปเช่นกัน

เมื่อพิจารณาการลงทุนโดยรวม สามารถลดการลงทุนได้ทั้งสินค้าคงคลังด้านวัตถุดิบและสินค้าคงคลังสำเร็จรูปโดยรวมของโซ่อุปทานได้ ถือได้ว่าเป็นเป้าหมายของการดำเนินงานของระบบลอจิสติกส์ และการจัดการโซ่อุปทาน

นอกจากนี้เมื่อเราพิจารณาผลได้ต่างๆ เมื่อสามารถลดการลงทุนในสินค้าคงคลัง ในขณะที่สามารถเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นหรืออย่างน้อยใกล้เคียงเดิม จะส่งผลให้อัตราส่วนการหมุนเวียนวินค้าคงคลัง (Inventory Turnover) สูงขึ้นและเมื่อเกิดการลงทุนในสินค้าคงคลังลดลงจะส่งผลให้อัตรส่วนผลตอบแทนการลงทุน (Return on Investment) สูงขึ้นได้และการที่ระบบการผลิตของเรามีความยือหยุ่นเพียงพอ ทำให้เกิดสัดส่วนการใช้งานเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่สูงขึ้น (Machine Utilization)

การที่มีปริมาณสินค้าคงคลังในส่วนต่างๆ ลดลง จะส่งผลให้พื้นที่เก็บรักษา และต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาลดลง ต้นทุนการดำเนินงานจึงลดลงด้วย นำไปสู่การตั้งราคาที่ต่ำลงได้และเกิดควาวมได้เปรียบด้านราคาที่แข่งขันได้ ในขณะที่่ยังคงสามารถสร้างกำไรได้ในระดับที่คาดหมาย ทำให้เห็นได้ว่าเพียงเพื่อจัดการลดระดับปริมาณสินค้าคงคลังให้ต่ำลง สามารถสร้างผลได้ที่ต่อเนื่องกันได้อย่างมากมาย


การจัดการสินค้าคงคลังในระบบลอจิสติกส์

ขึ้นหัวเรื่องไว้ก่อน แต่จะกล่าวถึงเต็มรูปแบบในบทความต่อไปนะครับ ซึ่งผมเจอตัวอย่างการวิเคราะห์ระบบลอจิสติกส์มาจากหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเป็นกรณีหนึ่งในการจัดการเกี่ยวกับการขนส่งกับสินค้าคงคลัง ลองมาดูกรณีศึกษานี้กันครับ

ตัวอย่างกลยุทธ์ที่เป็นไปได้ในการใช้คลังสินค้า
จากหนังสือของ Carlos F. Daganzo
เรื่อง Logistics Systems Analysis
นักศึกษาลงค้นหามาอ่านจากหอสมุดได้นะครับ

ภาพกลยุทธ์ที่เป็นไปได้ในการใช้คลังสินค้า
Daganzo สรุปค่าใช้จ่ายในแต่ละกลยุทธ์การส่งเพื่อเปรียบเทียบต้นทุนการส่งไว้ดังนี้

จะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์ในแต่ละกรณีจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง ส่งผลให้สรุปผลข้อมูลได้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้วิเคราะห์ต้นทุนไปถึงราคาจำหน่ายอย่างสมเหตุสมผลครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อได้ผลจากการวิเคราะห์แล้วจะได้นำไปจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างเหมาะสมตลอดสายโซ่อุปทานต่อไปครับ

ปิดท้ายด้วย Quote เหมือนเคยครับ

I don’t think so, in that Virgin is already a global brand. Brands like Amazon have had to spend hundreds of millions of pounds you know, building their brands, whereas Virgin is already well-known around the world.
โดย Richard Branson


Logistics ตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 2 วัตถุประสงค์และการวัดประสิทธิภาพ

September 10th, 2008 admin No comments

อ่านตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 1 สาเหตุที่ต้องจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ได้ที่นี่
อ่านตอนที่ 7 – การจัดการสินค้าคงคลัง -> ตอนที่ 2 วัตถุประสงค์และการวัดประสิทธิภาพ ได้ที่นี่


วัตถุประสงค์ของการจัดการสินค้าคงคลัง
-การกำหนดระดับการจัดหาสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าที่เกิดขึ้น โดยใช้ต้นทุนที่เหมาะสม

ปัจจัยที่ต้องนำเข้าไปจัดการคือ
-ความมีพร้อมของสินค้า (Product Availability) คือสามารถจัดหาสินค้าตอบสนองได้ตามต้องการ โดยทำการวัดผลระดับการจัดหาได้ของสินค้าในรูประดับการบริการ (Service Level) โดยทำการวัดผลได้จากสัดส่วนเป้าหมายของจำนวนคำสั่งซื้อของลูกค้าภายในช่วงเวลาหนึ่งๆ เช่น กำหนดระดับการบริการ 85% หมายความว่าจาก 100 คำสั่งซื้อของลูกค้า จะมีสินค้าพร้อมให้บริการ 85 คำสั่งตามเวลาที่กำหนด โดยมีหลักการพิจารณาจากข้อมูลที่ผ่านมาและแนวโน้มความต้องการสินค้าของลูกค้า
-ต้นทุนที่เกี่ยวข้อง (Relevant Costs) ประกอบด้วย
–ต้นทุนวัตถุดิบ (Acquisition Cost) ที่คิดจากราคาวัตถุดิบที่สั่งซื้อ+ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขนส่งจากแหล่งผลิตมาสู่โรงงานผลิต+ค่าประกันระหว่างขนส่ง+ค่าใช้จ่ายภาษีศุลกากร (กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ) + ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อยู่ในกระบวนการเหล่านี้
–ต้นทุนค่าใช้จ่ายจากกรณีที่สินค้าคงคลังไม่พอ ทำให้ต้องเร่้งรัดในการสั่งซื้อแบบพิเศษ อาจเป็นค่าผลิตเพิ่มเติม ค่าจัดส่งพิเศษ ซึ่งอาจเป็นทางอากาศ (Air Freight) ซึ่งกรณีเหล่านี้ก่อให้เกิดต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น

หลัก ABC Classification
หลัก ABC Classification เป็นแนวทางในการควบคุมสินค้าคงคลัง โดยแบ่งลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลัง เพื่อให้สามารถควบคุมและจัดการสินค้าคงคลังที่้มีอยู่ได้อย่างถูกต้องตามระดับความสำคัญ
หลัการของ ABC Classification คือ เมื่อพิจารณามูลค่าโดยรวมของยอดขายขององค์กรแล้ว อาจพบว่าส่วนใหญ่เป็นมูลค่าที่มาจากสินค้าคงคลังเพียงไม่กี่รายการ เมื่อเทียบกับรายการสินค้าคงคลังทั้งหมดที่มีอยู่ ทำให้จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญของสินค้าคงคลัง เช่นสินค้า ก มีสัดส่วนสินค้าคงคลังรวม 20% แต่มียอดขาย 80% แต่สินค้า ข มีสัดส่วนสินค้าคงคลังอยู่ 70% แต่สร้างรายรับเป็น 5% เท่านั้น จะเห็นได้ว่าควรสนใจควบคุมดูแลสินค้า ก ให้มีประสิทธิภาพในการตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากกว่าสินค้า ข

การประเมินผลการจัดการสินค้าคงคลังในอัตราส่วนด้านการเงิน ช่วยให้เราเห็นภาพรวมของการปฏิบัติงานในองค์กร ตัวอย่างสูตรที่ใช้
1.จำนวนวันในการขายของสินค้าคงคลัง (Days Sales in Inventory) = (365/อัตราส่วนการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง)
หน่วย – วัน
วิเคราะห์ผลลัพธ์ – ถ้าจำนวนวันในการขายมีค่าน้อย แสดงว่ามีการหมุนเวียนสินค้าดี
2. อัตราส่วนการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง = รายได้จากการขายโดยรวม/มูลค่าสินค้าคงคลังเฉลี่ย
หน่วย – รอบ
วิเคราะห์ผลลัพธ์ – สูตรนี้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการจัดการสินค้าคงคลัง ถ้าอัตราส่วนมีค่ามากแปลว่าสินค้ามีการหมุนเวียนดี คือ มีสินค้าในมือปริมาณต่ำแต่หมุนเวียนสร้างมูลค่าให้ได้มาก

นักศึกษาอ่านเพิ่มเติมได้จาก
-Council of SCM Professionals
เกี่ยวกับสูตรของ Alford-Bangs สำหรับการวัดผล inventory ทั้งกระบวนการครับ
-5 Tips for Turning Warehouse Inventory Faster
บทความนี้ตามชื่อเรื่องเลยครับ
-สูตร Inventory Turnover ครับ


ปิดท้ายด้วย Quote เหมือนเคยครับ

Do we need to have 280 brands of breakfast cereal? No, probably not. But we have them for a reason – because some people like them. It’s the same with baseball statistics.
โดย Bill James